หลักฐานใหม่..มนุษย์ยุคแรก เดินทางถึงทวีปอเมริกา นานกว่าที่เคยคิด

ในแวดวงผู้ที่สนใจเรื่องวิวัฒนาการของมนุษย์ มีข่าวที่ได้รับความสนใจเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา เมื่อมีการตีพิมพ์บทความการค้นพบรอยเท้ามนุษย์ยุคแรกในทวีปอเมริกา

การค้นพบรอยเท้ามนุษย์ครั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกในทวีปอเมริกา แต่การค้นพบในครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่ามนุษย์เดินทางมาถึงทวีปอเมริกานานกว่าที่เคยคิดกันไว้ จากเดิมที่นักโบราณคดีเชื่อว่ามนุษย์ข้ามช่องแคบตรงแถว ๆ อลาสกา เมื่อประมาณ 16,000 ปีมาแล้ว หลังจากสิ้นสุดยุคน้ำแข็งครั้งหลังสุด แต่หลักฐานใหม่ชี้ให้เห็นว่ามนุษย์เดินทางมาถึงทวีปอเมริกานานกว่านั้นมาก ในช่วงปลายยุคน้ำแข็ง

ทำไมมนุษย์ต้องเดินทาง? คำถามนี้เป็นปริศนาและมีคำอธิบายมากมาย แต่หลักฐานเท่าที่มีในขณะนี้ คือ มนุษย์มีจุดกำเนิดจากอาฟริกา จากนั้นก็เดินทางอพยพเรื่อยมา เมื่อกว่าแสนปีก่อน ซึ่งเป็นทฤษฎี Out of Africa ที่บรรดาผู้เชี่ยวชาญต่างเชื่อกันเช่นนั้น เพราะยังไม่มีหลักฐานที่ใหม่กว่ามาตีความเป็นอย่างอื่นไปได้

หลังจากมนุษย์กลุ่มแรกเดินทางออกจากอาฟริกา ก็อพยพไปทั่วโลกที่มีแผ่นดินเชื่อมต่อกันได้ บางสายขึ้นไปทางยุโรป บางสายออกมาทางเอเชียกลาง มุ่งหน้าสู่ตะวันออก และห้ามไปทวีปอเมริกา

ระหว่างเส้นทางอพยพ ได้มีการปรับตัวให้เข้ากับภูมิอากาศในแต่ละพื้นที่ ทำให้สีผิวและรูปร่างต่างกันออกมา ซึ่งตามความหมายนี้ก็คือบรรพบุรุษเดิมของชนเผ่าในทวีปอเมริกา ก็มาจากเอเชีย ทำให้มีลักษณะรูปร่างหน้าตาคล้าย ๆ กัน

การค้นพบครั้งใหม่นี้ นักโบราณคดีค้นพบรอยเท้ามนุษย์ยุคแรกในอุทยานแห่งชาติทรายขาว (White Sands National Park) ในรัฐนิวเม็กซิโก นับเป็นหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่ามนุษย์เดินทางมาถึงทวีปอเมริกานานกว่าที่เชื่อกันมาก่อนหน้านั้น 

รอยเท้าที่พบปรากฏอยู่ในพื้นโคลนที่เคยเป็นริมทะเลสาบตื้น ๆ ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของทุ่งราบอัลกาลิ(Alkali) โดยทีมวิจัยได้ทำการวัดอายุจากเมล็ดพืช ทั้งบนรอยเท้าและใต้รอยเท้า วัดอายุได้ย้อนกลับไปจากที่เคยเชื่อกัน โดยรอยเท้ามีอายุราว 23,000 ปี ซึ่งสอดคล้องกับวัฏจักรน้ำแข็งครั้งหลังสุด และการค้นพบครั้งนี้นับว่าเป็นร่องรอยมนุษย์ที่เก่าแก่ที่สุดในทวีปอเมริกา

รายงานการค้นพบครั้งนี้ ได้ตีพิมพ์ในวารสาร  Science เมื่อ 24 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยทีมวิจัย ซึ่งได้ใช้เทคนิคที่ช่วยให้ศึกษารอยเท้าที่ปรากฏในบริบทที่กว้างมากขึ้น ชี้ให้เห็นว่าการมาเยือนของมนุษย์ในทวีปอเมริกานานกว่าที่นักโบราณคดีก่อนหน้านี้เคยเชื่อกันหลายพันปี

รอยเท้าได้บอกเรื่องราวชีวิตในยุคนั้นที่น่าสนใจอย่างมาก โดยทีมวิจัยระบุว่าหากดูขนาดรอยเท้า เป็นรอยเท้าของเด็กเล็กและวัยรุ่น มีผู้ใหญ่ปะปนบ้าง พร้อมกับรอยเท้าของสัตว์ คือ แมมมอธ ตัวสลอธพื้นดินยักษ์ หมาป่าและนก ก็ปรากฏอยู่ด้วย

ทีมวิจัยบอกว่าการค้นพบนี้มีความสำคัญ เพราะร่องรอยที่พบทั้งหมดบ่งบอกว่าปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ในดินแดนแห่งนี้ พร้อมกับสัตว์ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว เราสามารถเห็นปรากฏตัวพร้อม ๆ กันของมนุษย์และสัตว์บนดินแดนตรงนี้ และคำนวณอายุรอยเท้าได้อย่างถูกต้องมากขึ้น

การศึกษาทางโบราณคดีแบบเดิม ส่วนมากศึกษาหลักฐานจากเศษซากกระดูกและเครื่องมือที่คนยุคก่อนใช้กัน แต่บางครั้งหลักฐานก็มีน้อยจนยากจะตีความ แต่รอยเท้าที่พบในครั้งนี้ ช่วยเปิดเผยให้เห็นร่องรอยและพฤติกรรมด้วย

ก่อนหน้านี้เคยคิดกันว่ามนุษย์กลุ่มแรกที่อพยพเข้าไปในดินแดนอเมริกาเมื่อราว 16,000 ปีมาแล้ว หลังจากแผ่นน้ำแข็งเชื่อมอเมริกาเหนือกับเอเชียละลาย ทำให้เกิดเส้นทางอพยพ อย่างไรก็ตามรอยเท้านี้ชี้ให้เห็นว่ามนุษย์เข้ามาก่อนหน้านั้นนานมาก ในช่วงที่ยังมีแผ่นน้ำแข็งปกคลุม

ทีมวิจัยระบุว่าจากรอยเท้าที่พบ ชี้ให้เราเห็นภาพว่าเกิดอะไรขึ้น ณ ที่ตรงนี้ เด็ก ๆ กำลังเล่นกัน นอกจากบรรพบุรุษของเราจะต้องล่าสัตว์และปรับตัวเพื่อความอยู่รอดแล้ว เราก็ยังเห็นพวกเขามีกิจกรรมหยอกล้อกัน คนมีอายุต่างกันรวมตัวกัน เป็นความจริงที่พบได้ตั้งแต่มนุษย์ในยุคเริ่มแรก

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

โลกหลังมนุษย์กำลังมา จีนพัฒนา AI ใหญ่สุดในโลกเลียนแบบมนุษย์

เมืองอิสลามเก่าแก่ที่สุดในโลก..เมืองประวัคิศาสตร์ไคโร

จีนพบหลุมศพ ‘คู่รักสวมกวด’ เก่าแก่กว่า 1,600 ปี

10 ข่าวเด่นรอบสัปดาห์

คณะแพทย์ฯ จุฬาฯ ชูพหุวัฒนธรรม ลดความเหลื่อมล้ำบริการสุขภาพ
ลาแอฟริกา สร้างความเสี่ยงโรคอุบัติใหม่ไทย-เวียดนาม
เตือนไทย-เวียดนาม เสี่ยงโรคอุบัติใหม่จากสัตว์สู่คน ผ่านเส้นทางค้าหนังลาป้อนตลาดจีน
"Work Life Balance ไม่ได้มาฟรี ๆ" ธนา เธียรอัจฉริยะ มองชีวิต-การงาน
ประวัติศาสตร์ไทยในฉลองพระองค์
คีตศิลป์นครศรีฯ สืบสานวัฒนธรรมพื้นถิ่นแดนใต้
เวิร์กช้อปสื่อ เข้าใจ "ท้องวัยรุ่น"
ศิลปะแห่งความรัก
เรารบกันวันต่อวัน ชั่วโมงต่อชั่วโมง : ช่อง one31 กับ 8 ปี ทีวีดิจิทัล
สังคมเปลี่ยน สื่อปรับ ช่อง 3 จะไปทางไหน